ดูแลผู้สูงอายุ อย่างไรให้คนแก่ มี “ความสุข”

ดูแลผู้สูงอายุ

สำหรับผู้ “สูงอายุ” นั้น แน่นอนว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ดังนั้นหากเรากำลังอยู่ในช่วงดูแลผู้สูงอายุ นั้นเราจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้สูงอายุนั้นมีอารมณ์แปรปวนและมีอารมณ์หลากหลายวันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าถ้าเราจะดูแลผู้สูงอายุ เราจะทำอย่างไร ให้ผู้สูงอายุของเรา “มีความสุข” ผู้สูงอายุนั้นจะมีอารมณ์หว้าเหว่มากกว่าปกติ             ลองคิดดูนะครับจากปกติที่เรามีอะไรทำอยู่แล้ว แต่วันหนึ่งเรากลับไม่มีอะไรทำนอนอยู่บ้านเฉย ๆ เราจะเหงาขนาดไหน แน่นอนว่าผู้สูงอายุด้วยก็เช่นกันดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าผู้สูงอายุนั้นจะมีอารมณ์เหงาและหว้าเหว่มากดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดนั้นคือเราจะต้องพยายามกลับไปบ่อย ๆ ไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกเหงา จากการพลัดพราก กลัวถูกทอดทิ้ง             แน่นอนว่าสำหรับคนแก่นั้นการ “กลัวถูกทอดทิ้ง” นั้นเป็นเรื่องปกติมากด้วยความที่ยิ่งอายุมากขึ้น ความวิตกกังวลนั้นมากขึ้น  และสำหรับผู้สูงอายุบางคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นั้นจะยิ่งกลัวเป็นพิเศษ เพราะยิ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็จะยิ่งกลัวเป็นพิเศษจากการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็ยิ่งกลัวลูกหลานจะทิ้งดังนั้นเราจะต้องให้ความมั่นใจสำหรับผู้สูงอายุไม่ว่าตัวผู้สูงอายุจะเป็นอย่างไรก็จะไม่ทอดทิ้ง ขี้น้อยใจ             ผู้สูงอายุส่วนมากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นั้นจะเหมือนกับการกลับเป็นเด็กอีกครั้ง ดังนั้นในเรื่องของความน้อยใจและความเอาแต่ใจจะยิ่งมากขึ้นเป็นพิเศษเพราะต้องการการยอมรับจากลูกหลานมากขึ้นและในเรื่องของการออกความคิดเห็นเองก็เป้นอีกเรื่องที่สำคัญอีกเช่นกันสำหรับผู้สูงอายุนั้นต้องการให้ลูกหลานยอมรับในความคิดเห็นของตัวเองซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นเหมือนกับการ “เอาแต่ใจ” ไปเลยก็มีนะครับ ยังไงอะไรที่มองผ่านได้ ก็แนะนำให้มองผ่านนะครับ ความคิดถึง “ความหลัง”             ในเรื่องของความหลังนั้นสำหรับผู้สูงอายุ นั้นเป็นเรื่องที่พึ่งผ่านมาไม่นานสำหรับเขา ถึงแม้ความจริงมันจะผ่านมาเป็น 10 ปี แล้วก็ตาม สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการนั้นคือ หนึ่งคนที่นั่งฟังและฟังเขาลำลึกความหลัง ถึงแม้ความหลังมันอาจจะไม่สวยงาม แต่สสำหรับผู้สูงอายุแล้วมันยังเป็นเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้เองครับ หงุดหงิดง่าย             เนื่องด้วยร่างกายที่แก่และทรุดโทรมลงตามอายุ […]

ทำความรู้จักกับการเอกซเรย์

รถเอกซเรย์เคลื่อนที่

ทุกคนคงรู้จักการเอกซเรย์ หรือไม่ก็อาจจะเคยใช้เคยตรวจมาด้วยตัวเองบ้างแล้ว เพราะในยุคนี้วิทยาการความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์มีสูงมาก การรักษาโรคต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงมีประสิทธิภาพมากกว่าแต่ก่อน แม้จะอยู่บ้านนอกหรือที่ชุมชน ที่ห่างงไกลจากความเจริญ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้รับโอกาสในการรักษาพยาบาลที่ดีเหมือนกับคนที่อยู่ในตัว เพราะทุกวันนี้เขามีหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ที่มีทั้งการรักษาโรคทั่วไป การตรวจโรค หรือแม้แต่รถเอกซเรย์เคลื่อนที่ ก็มีให้บริการเช่นเดียวกัน สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเอกซเรย์นั้นคืออะไร เราจะมาทำความเข้าใจกันก่อน เพื่อที่จะได้รู้จักการเอกซเรย์มากขึ้น สำหรับการเอกซเรย์จะเป็นการตรวจสิ่งผิดปรกติที่อยู่ในร่างกายของเรา และอวัยวะภายในของเรา เพราะส่วนอวัยวะที่อยู่ข้างใน ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จะต้องมีการเอาเคร่องเอกซเรย์เข้ามาช่วย เพื่อให้มองเห็นความผิดปรกติดในร่างกาย เช่นการตรวจเนื้องอก ตรวจหาของแปลกปลอม หรือแม้แต่การตรวจเพื่อผ่าตัดเอาประสุดออก แพทย์ก็ต้องทำการเอกซเรย์ดูความผิดปรกติข้างในก่อน เพื่อที่จะได้ผ่าตัดอย่างถูกต้อง จะว่าไปรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ ก็มีประโยชน์หลายอย่างจนแทบจะนับไม่ถ้วน นอกจากจะตรวจโรคที่เราสงสัยว่าจะเป็นแล้ว ยังเป็นการตรวจเพื่อหาความเสี่ยงอีกด้วย เช่นการตรวจโรคจากการทำงาน ก็สามารถตรวจเช็คด้วยการเอกซเรย์ หากเราเป็นคนที่ทำงานอยู่กับความเสี่ยงอย่างฝุ่นละออง ควันพิษต่างๆ การเอกซเรย์จะช่วยให้เรารู้เกี่ยวกับร่างกายได้ชัดเจนขึ้น แต่การเอกซเรย์ก็อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างเหมือนกันสำหรับคนบางคน เช่นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หากท้องของคุณแม่ได้รับรังสีจากการเอกซเรย์ รังสีนี้ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดปรกติกับทารกในครรภ์ได้ แต่ก็ไม่เสี่ยงเกินไป หากไม่ได้รับรังสีที่บ่อยเป็นประจำ ถึงอย่างไรก็พยายามเลี่ยงจดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการตรวจในโรงพยาบาลหรือว่า รถเอกซเรย์เคลื่อนที่ ก็ตาม คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่ควรใช้บริการเอกซเรย์จะดีที่สุด แต่ถึงอย่างไรการเอกซเรย์ก็นับว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษอยู่ดี หากรู้ว่าต้องป้องกันอย่างไรก่อน ก็แทบจะไม่มีความเสี่ยงเลยก็ว่าได้ ดังนั้นหากใครที่ต้องการอยากจะทราบเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง หรือรู้สึกว่าร่างกายของเราไม่ปรกติ อยากจะดูว่าอวัยวะข้างในมีปัญหาหรือไม่ ก็มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้นที่จะบอกได้ นั่นก็คือการเอกซเรย์ […]

วิธีป้องกัน โรคสมองเสื่อม

โรคสมองเสื่อม

อวัยวะในร่างกายของเราทุกคน เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆ ปี ก็ต้องมีการเสื่อมสภาพ ไปตามเวลาในอายุของมันทั้งนั้น  แต่ก็คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้หรอกว่า ในบรรดาอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเรานั้นสมองก็ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอีกเช่นกัน เพราะเพราะระบบในร่างกายของมนุษย์เรา ต้องใช้ประสาทสัมผัสที่ผ่านสมองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยินเสียง การได้กลิ่น หรือการได้รสกระทบสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ต่อเนื่องด้วยการจดจำ การนึกคิดหรือมีความรู้สึกต่างๆ สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานของสมองทั้งนั้น เพราะถ้าเราไม่มีสมอง กระบวนการทำงานทั้งหลายเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าหากสมองของเราเสียหายไปแค่10% นั่น ก็อาจทำให้เราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย เพราะว่าสมองนั้นเป็นอวัยวะที่สัมพันธ์กับจิตใจ และร่างกายของเรามากที่สุดเลยทีเดียว และในสมองของเรา ก็จะประกอบด้วยเซลล์สมองราวๆ ประมาณหนึ่งล้านล้านเซลล์เลยทีเดียว คือเรียกได้ว่าเยอะมากจนไม่สามารถทำการนับได้ ซึ่งก็เกิดเป็นโครงข่ายการสื่อสาร ที่สลับซับซ้อนมากที่สุด และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คนที่สูบบุหรี่จัด และมักจะมีความเครียดบ่อยๆ ชอบนอนน้อย หรืออดนอนประจำนั้น ซึ่งในพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะส่งผล ทำให้สูญเสียเซลล์สมอง เป็นอย่างมากที่สุด ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ ในการรู้จักดูแลสมองของตนเอง อย่างถูกวิธีซึ่งประกอบอยู่ 3 หลักได้แก่ 1.การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพราะการที่คนเราได้ทำการนอนหลับ ให้ได้วันละ 7 ชั่วโมง สมองก็จะมีเวลา ในการซ่อมแซมตัวเอง และการจัดระเบียบข้อมูลต่างๆ […]